คบคนทั้งโลกให้กลายเป็นมิตร.

 

มีคนจำนวนมากที่รักกัน รู้สึกดีต่อกัน แต่พอมีปัญหานิดเดียวเท่านั้น ทำให้ต้องเลิกร้างห่างกันไป แล้วมีความทรงจำที่ไม่งดงามนั้นก็เพราะทิฐิมานะที่ปิดกั้นไว้ เพราะฉะนั้น อย่าพยายามใช้ชีวิตที่มีแต่ความทิฐิมานะ คบคนทั้งโลกให้กลายเป็นมิตร เหมือนสุภาษิตจีนที่ว่า “มีเพื่อน ห้าร้อยคน ยังไม่เท่ามีศตรู หนึ่งคน ก็นับว่ามากเกินพอแล้ว” ฉะนั้นคนที่อยู่ตรงหน้าเรา เราจะทำอย่างไรให้เขาประทับใจ และต้องทำด้วยความจริงใจไม่ใช่เสแสร้งแกล้งทำ ถ้าเสแสร้งแม้จะประทับใจก็จริงแต่ก็ไม่อยู่ในใจเขา

                  เราต้องทำให้อยู่ในใจเขาให้ได้ ครั้งหนึ่ง ในหลวงเสด็จต่างจังหวัด พลบค่ำวันนั้นพระองค์ทรงถามข้าราชบริพารว่า “ ใครถูกบึ้งกัดบ้าง”  เพราะวันนั้นพระองค์ท่านถูกตัวบึ้งกัด ข้าราชบริพารนับ สิบคน ถูกบึ้งกัดเหมือนกันหมดข้าราชบริพารคนหนึ่งบอกว่า “ ข้าพระพุทธเจ้า”  พระองค์ทรงเดินไปที่รถ หยิบตลับยาหม่องลงมา ควักยาหม่องออกมาทาให้ข้าราชบริพารคนนั้นที่ฝ่ามือพร้อมกับทรงนวดให้เสร็จสรรพ ข้าราชบริพานคนนั้นรู้สึกปลื้มปิติมาก ฝ่ามือเดียวในโลกนี้ที่ในหลวงทั้งทายาให้และนวดให้ แทบจะงดอาบน้ำไปหลายวัน เพราะอยากจะรักษาความรู้สึกที่เป็นมือประวัติศาสตร์นั้นอาไว้ ด้วยเหตุนี้เราจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคนไทยถึงรักพระองค์ท่าน คนไทยทุกคนรักพระองค์ยิ่งชีพ โครงการทุกโครงการได้รับความร่วมมือทั้งหมดในหลวงปกเกล้าโดยไม่ปกครอง ด้วยการให้ความสำคัญกับคนทุกคนไม่ว่าคนคนนั้นจะเป็นใคร ถ้าไปอยู่เบื่องหน้าพระพักตร์พระองค์แล้ว พระองค์ทรงให้ความสำคัญหมด อีกครั้งหนึ่งในหลวงเสด็จต่างจังหวัด มีเด็กคนหนึ่งทรงให้พระองค์เป่าศรีษะ พระองค์ทรงเป่าให้ครั้งหนึ่ง ขณะเสร็จดำเนินต่อเด็กคนนั้นทูลขออีก วันเวลาผ่านไป ในหลวงอาจจะทรงลืมไปแล้ว แต่เด็กคนนี้จำได้ตลอดเวลา ว่าครั้งหนึ่งในหลวงเป่ากระหม่อมให้ตน

เขาให้สัมภาษณ์ว่า “ผมตายเพื่อในหลวงได้ตั้งแต่วันที่ในหลวงเป่าหัวให้แล้ว ก็ในหลวงรักผม แล้วจะไม่ให้ผมรักในหลวงได้อย่างไร”   นี่คือการให้ความสำคัญกับคนที่อยู่ตรงหน้าให้ดีที่สุด ดังนั้นเราได้มาพบกันชั่วครั้งชั่วคราว หากเป็นไปได้อย่าสร้างศตรูกับใครทั้งสิ้น ถ้ามีศตรูอยู่แล้วต้องทำให้ศตรูกลายเป็นมิตร เหมือนที่ในหลวงให้ความสำคัญต่อทุกคน เราอยู่ด้วยกันไม่ว่าเขานั้นจะอยู่สูงหรือเขาจะต่ำต้อยขนาดไหน ในฐานะที่เขาเป็นมนุษย์เหมือนกันกับเรา แค่นั้นก็มากพอแล้วที่เราจะให้เกียรติกับเขา ฉะนั้น คนที่สำคัญที่สุด ณ เวลานี้คือคนที่เรากำลังปฎิสัมพันธ์ด้วยทุกครั้งที่มาปฎิสัมพันธ์กับใครก็ตาม ขอให้เป็นปฎิสัมพันธ์เชิงบวกอย่าให้เป็นปฎิสัมธ์พันธ์เชิงลบ ปฎิสัมพันธ์เชิงบวกก็เปรียบเสมือน แม่ไก่ ที่อยู่กับลูกไก่ แม่ไก่คุ้ยอาหารได้แม่ไก่เรียบเรียกลูกของมันกินก่อน เวลามีภัยก็จะกลางปีกเพื่อปกป้องลูกของมัน ความสัมพันธ์เชิงลบก็เปรียบได้ดัง เม่น ตัวของมันเวลาใครเข้าไปใกล้มันมันก็จะสยายขนพองไปทั้งตัว ใครเข้าใกล้มันไม่ได้เผลอเมื่อไหร่เป็นต้องเจ็บตัวทุกครั้ง ก็เหมือนกับคนบางคน เมื่อมีผู้อื่นเข้ามาใกล้ ชอบทำให้เขาเจ้บตัวเจ็บปวดทุกครั้งกลับไปทุกที.

อาตมามีลูกศิษย์อยู่คนนึง เขาได้เล่าให้อาตมาฟังว่า.

“ท่านอาจารย์ หนูไม่ได้นอนกับลูกมาสามคืนแล้ว”

“ทำไมละ” อาตมาถาม

“ทะเลาะกันค่ะ เลยไม่ได้คุยกับลูกเลย”

“โยมไม่นอนกับลูกแล้ว โยมนอนกับใคร”

“กับหมอนข้างค่ะท่าน”

“กอดหมอนข้างเป็นอย่างไร”

“จืดสนิทเลยค่ะท่าน”

“โยมอยากกอดลูกเหมือนเดิมไหม”

“ไม่มีแม่คนไหนปฎิเสธลูกหรอกท่าน”

“แล้วทำมคุณโยมไม่นอนกอดลูก”

“ก็ลูกไม่ยอมคุยก่อน”

อาตมาก็เลยบอก “ถ้าโยมอยากนอนกอดหมอน ถ้าหมอนมันเก่าแล้วเอาไปทิ้งก็หาซื้อใหม่ได้ แต่ถ้าปล่อยลูกคุณโยมไปนอนคอนโดกับเพื่อนแล้วเสียลูกไป คุณโยมคิดว่าจะหาลูกใหม่ได้ไหม” อาตมาพูดแค่นี้ ปรากฎว่าลูกศิษย์คนนั้นรีบกดโทรศัพท์ไปหาลูกทันที ลูกก็รอแม่อยู่แล้ว พอแม่พูดลูกก็พูดด้วย สุดท้ายทั้งสองคนก็คืนดีกัน……

Shopping cart

close