โรคระบาดร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์โลก คร่าชีวิตผู้คนนับไม่ถ้วน

     ในปัจจุบันนี้นั้นอาจจะมีโรคร้ายแรงเกิดขึ้นมากมาย เช่นในตอนนี้ทำให้เราต้องเจอกับสถานการณ์ เชื้อไวรัสโคโรนา (Novel Coronavirus) โรคระบาดร้ายแรงชนิดใหม่ แต่โรคนี้นั้นยังอยู่ในระดับที่วางใจได้ แต่ยังคงไม่อาจรู้ได้ว่าจะสิ้นสุดลงในวันไหน ยังพอโชคดีว่าการแพทย์สมัยใหม่ในยุคนี้มีความเจริญก้าวหน้ามาก และเราก็พอจะมีวิธีรับมือจากการเรียนรู้เหตุการณ์โรคระบาดในอดีตมาบ้างแล้ว

     แต่สำหรับคนในยุคโบราณนั้น อาจจะน่าเสียดายตรงที่การแพทย์ยังเข้าไม่พัฒนาเท่ากับปัจจุบันนี้ เมื่อเกิดเชื้อโรคระบาดแต่ละครั้ังจึงสึงผลอย่างรุนแรง และทำให้มีผู้เสียชีวิตสูงมาก เราจึงอยากจะพาทุกคนไปย้อนอดีตกัน เราเลยนำบทความ โรคระบาดร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์โลก คร่าชีวิตผู้คนนับไม่ถ้วน ว่าในอดีตนั้นมีโรคร้ายอะไรเกิดขึ้นบ้าง

เหตุการ์ณที่ 1 The Columbian Exchange
ค.ศ.1492

     นับตั้งแต่กองเรือสเปนเข้ามามีอำนาจในแถบน่านน้ำทะเลแคริบเบียน โรคติดต่อจากยุโรปก็เดินทางเข้ามาถึงบริเวณหมู่เกาะทางใต้ของเม็กซิโกเช่นกัน ทั้งฝีดาษ หัด กาฬโรค ซึ่งก็คร่าชีวิตของผู้คนในแถบนี้ไปถึง 90% ยกตัวอย่าง เช่น

  • เกาะ Hispaniola แต่เดิมมีจำนวนประชากรประมาณ 60,000 คน แต่จากการมาถึงของนักเดินเรือ Christopher Columbus ในปี 1548 จำนวนชาวเกาะนั้นลดลงเหลือเพียง 500 คน
  • ปี 1520 อาณาจักร Aztec ต้องล่มสลายลง จากการแพร่ระบาดของโรคฝีดาษที่เข้ามากับทาสชาวแอฟฟริกัน

เหตุการ์ณที่ 2 The Great Plague of London
ค.ศ.1665

 

     อีกหนึ่งโรคระบาดครั้งร้ายแรงของอังกฤษ นับตั้งแต่เหตุการณ์ Black Death ในปี 1348 โดยเชื่อกันว่าสาเหตุหลักมาจากหนู รวมไปถึงความสกปรกในย่านที่อยู่อาศัยที่ดึงดูดพวกหนูเข้ามา ประชากรในกรุงลอนดอนกว่า 20% เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ รวมไปถึงสัตว์เลี้ยงอย่างสุนัข และแมวก็ถูกกำจัดทิ้งเพราะเชื่อว่าเป็นสาเหตุของการแพร่เชื้อด้วย แต่นั่นยิ่งทำให้ประชากรหนูแพร่จำนวนมากขึ้นกว่าเดิม

เหตุการ์ณที่ 3 การแพร่ระบาดของกาฬโรค ครั้งที่ 3 The Third Plague Pandemic
ค.ศ.1855

 

     เริ่มต้นขึ้นที่ประเทศจีน ก่อนที่จะลามไปยังอินเดีย และฮ่องกง ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปถึง 15 ล้านคน ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 3 ของโลกที่มีการระบาดของเชื้อกาฬโรค (ครั้งที่ 1 ช่วงปี 541-542 ช่วงอาณาจักรไบแซนไทน์ และครั้งที่ 2 คือ Black Death ในปี 1348) ครั้งนี้เชื้อโรคแพร่โดยมีหนู และตัวหมัดเป็นพาหะ

เหตุการ์ณที่ 4 ไข้หวัดใหญ่สเปน Spanish Flu
ค.ศ.1918

     ไข้หวัดใหญ่ที่มีต้นตอมาจากสัตว์ปีก มีจำนวนผู้เสียชีวิตรวมทั่วโลกถึง 50 ล้านคน นับเป็นโรคติดต่อที่คร่าชีวิตผู้คนไปมากที่สุดนับแต่เหตุการณ์ Black Death โดยทฤษฎีแรกการกำเนิดของไข้หวัดใหญ่ชนิดนี้ คาดว่าเชื้อไวรัสน่าจะติดมากับกลุ่มแรงงานชาวจีน แล้วไปกลายพันธุ์ที่อเมริกา แต่สุดท้ายสถานที่ที่เกิดการระบาดร้ายแรงที่สุด เริ่มตันที่กรุงแมดริด ประเทศสเปน ทำให้ถูกเรียกว่า “ไข้หวัดสเปน” นั่นเอง

เหตุการ์ณที่ 5 ไวรัส HIV / AIDS
ค.ศ.1981

     เอดส์ หรือเชื้อไวรัส HIV เป็นเชื้อที่ทำให้ระบบภูมิต้านทานบกพร่อง จนสุดท้ายก็เสียชีวิตจากภาวะโรคแทรกซ้อน คาดกันว่าเชื้อนั้นกลายพันธุ์มาจากไวรัสที่ทำให้เกิดโรคในสัตว์ประเภทลิง เช่น ชิมแปนซี หลังจากนั้นไวรัสเหล่านั้นอาจติดเข้ามาในคน โดยเริ่มแรกเป็นไวรัสที่ทำให้เกิดเป็นโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองในคนเท่านั้น ต่อมาจึงกลายพันธุ์เป็นโรคเอดส์

     เชื้อ HIV สามารถติดต่อได้ทาง เลือด อสุจิ สารคัดหลั่งในช่องคลอด หรือน้ำนม สาเหตุใหญ่ของการแพร่กระจายเชื้อ คือการมีเพศสัมพันธ์โดยที่ไม่ได้ป้องกัน เข็มฉีดยาที่ปนเปื้อน การติดเชื้อจากแม่สู่ลูกผ่านทางการให้น้ำนม เลือดที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัส HIV จากการบริจาคให้ธนาคารเลือด

     ซึ่งนับจาก Black Death แล้ว HIV ยังเป็นสาเหตุการเสียชีวิตทางโรคติดต่อที่รุนแรงมากที่สุดอีกเหตุการณ์หนึ่ง มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 25 ล้านคน จากการสำรวจในปี 1981 และปัจจุบันก็ยังไม่มีผู้คิดค้นยารักษาชนิดนี้ได้ มีเพียงยาต้านไวรัส ที่ช่วยลดปริมาณเชื้อ HIV ในร่างกายและทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ดีขึ้นเท่านั้น 

การป้องก้นโรคต่างๆ นั้นบางโรคเราก็สามารถป้องกันตัวเองได้โเยไม่ต้องพึ่งหมอ เพราะหากเราดูแลตัวเองให้ดี อยู่ให้ห่างไกลคนที่เป็นโรคแล้ว หรือมั่นตรวจสุขภาพบ่อยๆ เพียงเท่านี้ เราก็อาจจะมีโอกาศเป็นโรคต่างๆ ได้น้อยกว่าคนอื่น